กรรมฐาน๔๐
สี่สิบอารมณ์สำหรับจิตที่ยังไม่ตั้งมั่น ทั้งหมดไม่ได้เหมาะกับทุกคนเท่ากัน ลองค้นดูว่ากองไหนต้องกับจริตของท่าน
เริ่มตรงนี้
ใช้เว็บนี้อย่างไร
เว็บนี้เริ่มจากพระธรรมเทศนา "วิธียอมรับความจริง" ของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ซึ่งวางทางไว้สามขั้น ใช้เว็บตามลำดับนี้ หรือแตะข้ามไปส่วนที่ต้องการก็ได้
ขั้นที่ ๑ · ทำสมถะ
หากองที่ถูกกับจริต
- ทำแบบสำรวจราว ๓ นาที
- ดูวิธีปฏิบัติของกองที่ได้
- นั่งกับลมหายใจพร้อมตัวจับเวลา
ขั้นที่ ๒ · ฝึกสัมมาสมาธิ
รู้ทันจิตที่หลง
- ดูภาพสาธิต "รู้ทัน" เทียบกับ "ดึงกลับ"
- ระหว่างนั่งจับเวลา แตะ "รู้ว่าหลง" ทุกครั้งที่รู้ตัว
ขั้นที่ ๓ · เดินปัญญา
ตามดูกายใจ
- ดูภาพสภาวะที่เกิดแล้วดับ
- อ่านหลุมพราง ๕ ข้อ
- ระหว่างวันใช้ตัวนับรู้ทัน
เว็บจำผลแบบสำรวจครั้งล่าสุดไว้ และตัวนับรู้ทันเริ่มใหม่ทุกวัน ข้อมูลทั้งหมดเก็บอยู่ในเบราว์เซอร์เครื่องนี้ ไม่ได้ส่งไปที่ใด
จริต ๖
วิสุทธิมรรคแบ่งคนตามกิเลสหรือคุณธรรมที่หนักในใจออกเป็น ๖ แบบ แล้วจับเป็น ๓ คู่ ฝ่ายอกุศลกับฝ่ายกุศลในคู่เดียวกันแสดงออกภายนอกคล้ายกัน เพราะมีกำลังในทำนองเดียวกัน
สัทธาจริต
หนักในความเชื่อ ความเลื่อมใส
ใจบุญ เลื่อมใสง่าย ซาบซึ้งในความดี ปีติง่าย บางครั้งเชื่อคนง่ายเกินไป
พุทธิจริต
หนักในความรู้ ความพิจารณา
ช่างคิด มีเหตุผล ว่าง่าย อยากรู้ให้ถ่องแท้ ชอบพิจารณาเหตุและผล
สังเกตจริตจาก ๕ ทาง
วิสุทธิมรรคให้ดูจากอิริยาบถ การงาน การกิน การมอง และสภาวะที่เกิดในใจบ่อย ๆ ตารางนี้แสดงเฉพาะสามจริตหลัก ส่วนจริตคู่ของแต่ละแบบแสดงออกภายนอกคล้ายกัน
| ทาง | ราคะ · สัทธา | โทสะ · พุทธิ | โมหะ · วิตก |
|---|---|---|---|
| อิริยาบถ | เดินนุ่มนวล ค่อย ๆ วางเท้า ยกเท้าเรียบ | เดินกระแทก เหมือนเท้าจิกพื้น | เดินลากเท้า ไม่เป็นจังหวะ |
| กิจ | กวาดลานเรียบร้อย สะอาด สม่ำเสมอ | กวาดเร็ว แรง เสียงดัง ไม่เรียบ | กวาดลวก ๆ เหลือเป็นหย่อม ๆ |
| โภชนะ | ชอบรสหวานมัน กินช้า ละเลียดรส | ชอบรสเปรี้ยวหยาบ กินเร็ว คำใหญ่ | กินไม่เลือก หกเลอะ ใจลอย |
| การดู | เห็นของงามนิดเดียวก็ติดใจ มองข้ามข้อเสีย | เห็นข้อเสียนิดเดียวก็ขัดใจ มองข้ามข้อดี | คล้อยตามคนอื่น เขาชมก็ชม เขาติก็ติ |
| ธรรมปวัตติ | มารยา โอ้อวด อยากได้ ไม่สันโดษ | โกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่ ริษยา ตระหนี่ | ง่วง หดหู่ ฟุ้งซ่าน ลังเล ดื้อรั้น |
วิสุทธิมรรคเองยอมรับว่าวิธีสังเกตนี้มาจากความเห็นของอาจารย์ ไม่มีครบในพระบาลีหรืออรรถกถา ผู้ที่ตัดสินได้ดีที่สุดคือครูที่รู้จักผู้ปฏิบัติ และคนส่วนใหญ่มีหลายจริตผสมกัน ให้ดูว่าจริตไหนเด่นที่สุด
กองไหนเป็นของท่าน
ตอบ ๑๒ คำถามที่ไล่ตามวิธีสังเกต ๕ ทางของวิสุทธิมรรค ใช้เวลาราว ๓ นาที แล้วดูว่าจริตไหนเด่น และกรรมฐานกองใดเหมาะกับท่าน
แผนที่กรรมฐาน ๔๐
ทั้งสี่สิบกองจัดเป็น ๗ หมวด กรองตามหมวดหรือตามจริตได้ กดที่กองใดก็ได้เพื่อดูวิธีปฏิบัติและภาพเคลื่อนไหวของกองนั้น
- ๑ปฐวีกสิณดินฌาน ๑–๔
- ๒อาโปกสิณน้ำฌาน ๑–๔
- ๓เตโชกสิณไฟฌาน ๑–๔
- ๔วาโยกสิณลมฌาน ๑–๔
- ๕นีลกสิณสีเขียว (คราม)ฌาน ๑–๔
- ๖ปีตกสิณสีเหลืองฌาน ๑–๔
- ๗โลหิตกสิณสีแดงฌาน ๑–๔
- ๘โอทาตกสิณสีขาวฌาน ๑–๔
- ๙อาโลกกสิณแสงสว่างฌาน ๑–๔
- ๑๐อากาสกสิณที่ว่างฌาน ๑–๔
- ๑๑อุทธุมาตกะศพที่ขึ้นพองฌาน ๑
- ๑๒วินีลกะศพสีเขียวคล้ำฌาน ๑
- ๑๓วิปุพพกะศพที่มีน้ำเหลืองไหลฌาน ๑
- ๑๔วิจฉิททกะศพที่ขาดกลางตัวฌาน ๑
- ๑๕วิกขายิตกะศพที่ถูกสัตว์กัดกินฌาน ๑
- ๑๖วิกขิตตกะศพที่กระจัดกระจายฌาน ๑
- ๑๗หตวิกขิตตกะศพที่ถูกสับเป็นท่อนฌาน ๑
- ๑๘โลหิตกะศพที่เปื้อนเลือดฌาน ๑
- ๑๙ปุฬุวกะศพที่มีหนอนคลาคล่ำฌาน ๑
- ๒๐อัฏฐิกะโครงกระดูกฌาน ๑
- ๒๑พุทธานุสสติระลึกถึงพระพุทธคุณอุปจาระ
- ๒๒ธัมมานุสสติระลึกถึงพระธรรมคุณอุปจาระ
- ๒๓สังฆานุสสติระลึกถึงพระสังฆคุณอุปจาระ
- ๒๔สีลานุสสติระลึกถึงศีลของตนอุปจาระ
- ๒๕จาคานุสสติระลึกถึงการบริจาคของตนอุปจาระ
- ๒๖เทวตานุสสติระลึกถึงคุณที่ทำให้เป็นเทวดาอุปจาระ
- ๒๗มรณัสสติระลึกถึงความตายอุปจาระ
- ๒๘กายคตาสติพิจารณาอาการ ๓๒ฌาน ๑
- ๒๙อานาปานสติสติกำหนดลมหายใจเข้าออกฌาน ๑–๔
- ๓๐อุปสมานุสสติระลึกถึงคุณของนิพพานอุปจาระ
- ๓๑เมตตาปรารถนาให้เป็นสุขฌาน ๑–๓
- ๓๒กรุณาปรารถนาให้พ้นทุกข์ฌาน ๑–๓
- ๓๓มุทิตายินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีฌาน ๑–๓
- ๓๔อุเบกขาวางใจเป็นกลางฌาน ๔
- ๓๕อาหาเรปฏิกูลสัญญากำหนดความปฏิกูลในอาหารอุปจาระ
- ๓๖จตุธาตุววัตถานกำหนดแยกกายเป็นธาตุ ๔อุปจาระ
- ๓๗อากาสานัญจายตนะอากาศไม่มีที่สุดอรูปฌาน
- ๓๘วิญญาณัญจายตนะวิญญาณไม่มีที่สุดอรูปฌาน
- ๓๙อากิญจัญญายตนะความไม่มีอะไรเหลืออรูปฌาน
- ๔๐เนวสัญญานาสัญญายตนะมีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่อรูปฌาน
การปฏิบัติ
ทุกกองมีขั้นเตรียมร่วมกัน และไปถึงระดับสมาธิได้ต่างกัน เลือกหมวดและกองด้านล่างเพื่อดูวิธีปฏิบัติทีละขั้น
ก่อนเริ่ม
- ๑ตัดปลิโพธสะสางเรื่องกังวลที่เป็นเครื่องกีดขวาง เช่น ที่อยู่ หมู่คณะ งาน การเดินทาง ญาติ
- ๒หากัลยาณมิตรครูผู้รู้จริง ช่วยดูจริตและแนะกรรมฐานที่เหมาะ
- ๓รับกรรมฐานเลือกกองที่ต้องกับจริต และเรียนวิธีให้ถูกต้อง
- ๔อยู่ในที่สัปปายะที่สงบ ไม่ไกลไม่ใกล้ชุมชนเกินไป อาหารและผู้คนเกื้อกูล
- ๕ลงมือภาวนาบริกรรม → อุปจาระ → อัปปนา ตามลำดับ
ภาวนาไปได้ไกลแค่ไหน
นับแบบจตุกนัย (ฌาน ๔) ตามวิสุทธิมรรค ปริจเฉท ๓ อุปจารสมาธิคือสมาธิที่จวนแน่วแน่ ส่วนฌานคืออัปปนาสมาธิ จิตแน่วแน่ในอารมณ์
นั่งกับลมหายใจ
อานาปานสติเหมาะกับผู้มีโมหจริตและวิตกจริต และเป็นจุดเริ่มที่ดีสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จริตตนเอง เลือกเวลา กดเริ่มนั่ง แล้วหน้าจอจะเหลือเพียงวงลมหายใจ
ตั้งค่าเพิ่มเติม
ไม่ต้องบังคับลมให้ตรงกับวง ถ้าลมจริงยาวหรือสั้นกว่า ปล่อยลมไปตามธรรมชาติ ใช้วงเป็นเพียงเครื่องเตือนให้กลับมารู้ลม
ระหว่างนั่งหน้าจอจะไม่ดับเอง เว็บจำการตั้งค่าไว้ให้ครั้งหน้า
แนวทางจากพระธรรมเทศนา
จากสงบ สู่เห็นจริง
กรรมฐาน ๔๐ กองข้างบนคือขั้นแรกของทาง ทำให้ใจสงบและมีกำลัง จากนั้นใช้ใจที่ตั้งมั่นรู้ทันจิตที่หลง แล้วตามดูกายใจจนเห็นความจริง ใจจึงยอมรับความเป็นธรรมดาของชีวิตได้
สรุปจากพระธรรมเทศนา "วิธียอมรับความจริง" ของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช (๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘) [๑๓] เว็บนี้เริ่มต้นจากพระธรรมเทศนานี้ ส่วนนี้เป็นแนวทางของครูบาอาจารย์ ไม่ใช่ตัวบทวิสุทธิมรรค
ธรรมะคือความเป็นธรรมดา
ธรรมะไม่ได้อยู่ที่อื่นไกล อยู่ที่กายกับใจของเราเอง ถ้าจิตยอมรับความเป็นธรรมดาของโลกและชีวิตได้ จิตก็ไม่เป็นทุกข์
ทุกข์เพราะต้านความจริง
ใจอยากได้สิ่งที่ไม่ธรรมดา ไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย ไม่อยากพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ซึ่งล้วนบังคับไม่ได้
สัจธรรม ๒ ระดับ
สัจธรรมประจำโลก
สิ่งทั้งหลายเกิดจากเหตุ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ เป็นไปตามกฎแห่งกรรมและโลกธรรม ๘
สัจธรรมเหนือโลก
พระนิพพาน สภาวะที่ไม่มีเหตุ จึงไม่มีการเกิดและการดับ
หลุมพราง ๕ ข้อ
ข้อผิดพลาดที่หลวงปู่เน้นให้นักปฏิบัติระวังเป็นพิเศษ กดที่แต่ละข้อเพื่อดูผลเสียและทางแก้
ข้อ ๑เริ่มภาวนาด้วยความอยากกิเลสซ่อนเร้นอยากปฏิบัติ อยากดี อยากสงบ อยากเห็นผลเร็ว เป็นความโลภที่เกิดร่วมกับจิตโดยไม่รู้ตัว
ผลเสียขณะที่ความโลภครองใจ สติแท้จริงไม่เกิด เพราะกิเลสกับสติไม่เกิดร่วมกัน
ทางแก้รู้ทันจิตที่ "อยากปฏิบัติ" ตั้งแต่ต้น ใช้ใจธรรมดา ไม่ใช่ใจที่ดิ้นรนด้วยความอยาก
ข้อ ๒ดัดแปลง บังคับกายใจเพ่ง เกร็ง แน่นเกร็งร่างกายและท่าทาง พยายามดึงจิต รวบจิต หรือกดจิตให้นิ่งเฉย
ผลเสียจิตทื่อ แน่น อึดอัด หนักเหมือนมีภูเขาทับ จิตที่ถูกบังคับไม่ใช่จิตธรรมดา จึงเห็นธรรมดาของกายใจไม่ได้
ทางแก้ไม่ต้องดัดแปลงสภาวะ กายใจเป็นอย่างไรก็รู้ตามจริง รู้ซื่อ ๆ ในปัจจุบัน ไม่จงใจเกินไป
เทียบคัมภีร์แม้กสิณตามวิสุทธิมรรคก็ให้ลืมตาพอประมาณ เหมือนส่องหน้าในกระจก (IV.28–29)
ข้อ ๓ดึงจิตกลับเมื่อรู้ว่าหลงเสียดาย ยื้อไว้พอรู้ว่าจิตหลงคิดไปแล้ว เกิดความเสียดาย หรือพยายามยื้อดึงจิตกลับมา
ผลเสียการดึงจิตกลับทำให้จิตแน่นและเครียดทันที
ทางแก้จิตที่หลงไปเป็นดวงเก่าที่ดับไปแล้ว ทิ้งไป ไม่ต้องดึงคืน เริ่มรู้สึกใหม่ด้วยใจที่ผ่อนคลายเบา ๆ
ข้อ ๔ละเลยสมถะ จิตไหลออกนอกติดวิปัสสนูปกิเลสดูถูกการทำสมถะ เจริญปัญญาอย่างเดียวโดยไม่มีสมาธิพักผ่อน
ผลเสียจิตหลงออกข้างนอกโดยไม่รู้ตัว เกิดสุข สงบ หรือแสงสว่าง (โอภาส) แช่อยู่เป็นปี หลงคิดว่าตั้งมั่นหรือบรรลุแล้ว ทั้งที่เป็นสมาธิออกนอกแบบฤๅษี ซึ่งทำให้เห็นจิตว่าเที่ยง เป็นสุข บังคับได้ กลายเป็นอัตตา
ทางแก้ถ้าสมาธิไม่พอ ปัญญาจะไม่เกิดและกิเลสจะหลอก ให้กลับมารักษาศีล ๕ ทำสมาธิในรูปแบบ ใช้คำบริกรรมหรือกรรมฐานที่ถนัดพาจิตกลับเข้าฐาน
ข้อ ๕เข้าไปแทรกแซงสภาวะปรุงแต่งซ้อนเกิดกุศลก็พยายามรักษาไว้ เกิดอกุศล เช่น โกรธ โลภ ฟุ้งซ่าน ก็พยายามแก้หรือกดข่ม
ผลเสียการเข้าไปแก้ก็คือการปรุงแต่งซ้อนลงไปอีกชั้น จิตจึงไม่ได้เห็นสภาวะตามจริง การตีความ
ทางแก้ในวิปัสสนาไม่ต้องเข้าไปแก้ "รู้แล้วจบลงที่รู้" สุขหรือทุกข์ ดีหรือชั่ว ปรุงอย่างไรก็รู้ทัน และอยู่นอกวงของการปรุงแต่งนั้น
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ในรูปแบบ
เติมกำลังสมาธิ
- ถือศีล ๕ เป็นพื้นฐาน
- แบ่งเวลาภาวนาในรูปแบบ ราววันละ ๓ ชั่วโมง หรือตามกำลัง
- ใช้กรรมฐานที่ถนัดพาจิตกลับเข้าฐานเมื่อรู้สึกว่าจิตไหลออกนอก
นอกรูปแบบ
ตลอดวัน
- คอยรู้ทันอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างวัน เช่น โกรธ โลภ หลง สุข ทุกข์
- รู้แล้วไม่ต้องเข้าไปแทรกแซง ไม่ต้องแก้ ไม่ต้องรักษา
รู้ทันระหว่างวัน
เมื่อรู้ตัวว่ากำลังโกรธ อยาก หลงคิด หรือกำลังสุขกำลังทุกข์ แตะคำนั้นหนึ่งครั้ง แค่รู้ แล้วปล่อยให้มันเป็นไปของมัน ตัวนับมีไว้เตือนให้รู้บ่อย ๆ ไม่ได้มีไว้ให้แก้หรือเก็บอารมณ์ไว้
ตัวนับเก็บไว้ในเบราว์เซอร์เครื่องนี้เท่านั้น และเริ่มนับใหม่ทุกวัน
ที่มาและข้อควรรู้
ข้อควรรู้
- แบบสำรวจในหน้านี้เรียบเรียงจากวิธีสังเกต ๕ ทางในวิสุทธิมรรค เป็นเครื่องช่วยสะท้อนตนเอง ไม่ใช่แบบทดสอบทางจิตวิทยาที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรง
- วิสุทธิมรรคบอกเองว่าวิธีสังเกตจริตมาจากมติของอาจารย์ ผู้ที่ดูจริตได้แม่นที่สุดคือครูที่รู้จักผู้ปฏิบัติ
- คนส่วนใหญ่มีหลายจริตผสมกัน และจริตเปลี่ยนไปตามช่วงชีวิต ทดลองหลายกองแล้วสังเกตว่ากองใดทำให้ใจสงบได้จริง
- อสุภะและกายคตาสติเป็นกรรมฐานที่แรง ผู้ที่ซึมเศร้า เกลียดตัวเอง หรือมีบาดแผลทางใจ ควรฝึกภายใต้การดูแลของครู หรือเลือกกองที่อ่อนโยนกว่า เช่น เมตตาและอานาปานสติ
- หากระหว่างฝึกเกิดความกลัว ภาพหลอน หรือความทุกข์ใจรุนแรง ให้หยุดและปรึกษาครูหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต งานวิจัยกับผู้ปฏิบัติชาวตะวันตกพบว่าประสบการณ์ยากลำบากจากการภาวนาเกิดขึ้นได้จริง [๑๒]
- ส่วน "จากสงบ สู่เห็นจริง" สรุปจากพระธรรมเทศนาของครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง [๑๓] ครูแต่ละท่านอาจจัดลำดับและเน้นต่างกัน ข้อความที่ติดป้าย "เทียบคัมภีร์" ผู้จัดทำเป็นผู้เทียบเอง [๑๔] ส่วนข้อที่ติดป้าย "การตีความ" เป็นความเห็นของผู้จัดทำ ไม่ได้มาจากพระธรรมเทศนา
งานวิจัยว่าอย่างไร
- ยังไม่มีการทดลองแบบสุ่มที่เทียบว่า "กรรมฐานตรงจริต" ได้ผลดีกว่า "ไม่ตรงจริต" [๙] และการวิเคราะห์อภิมานพบว่าบุคลิกภาพไม่ได้เปลี่ยนผลของการภาวนาอย่างมีนัยสำคัญ [๑๑]
- งานที่มีอยู่ดูเพียงว่าคนแต่ละบุคลิกชอบเทคนิคไหน เช่น งานของ Tang และ Braver [๑๐] ไม่ได้วัดว่าเทคนิคนั้นได้ผลดีกว่า
- แบบวัดจริตที่ผ่านการตรวจสอบในต่างประเทศคือ Behavioral Tendencies Questionnaire (BTQ) [๗] วัดแนวโน้ม ๓ กลุ่มตามวิสุทธิมรรค คือ ราคะ/สัทธา โทสะ/พุทธิ และโมหะ/วิตก
- ในไทยมีแบบทดสอบออนไลน์จริต ๖ ของ มจร จำนวน ๖๔ ข้อ ทดลองกับผู้ตอบ ๖๕๔ คน [๘] ยังไม่มีแบบวัดใดรายงานว่าผลคงเดิมเมื่อทำซ้ำ (test-retest)
แหล่งอ้างอิง
- Buddhaghosa. The Path of Purification (Visuddhimagga). Bhikkhu Ñāṇamoli (แปล). Kandy: Buddhist Publication Society. จริต ๖ และการจับคู่กรรมฐาน III.74–131 (จับคู่ที่ III.121, วิธีสังเกตจริต III.87–96), วิธีปฏิบัติ IV–XI. PDF ที่ Access to Insight · ฉบับบาลี–อังกฤษ ปริจเฉท ๓
- พระพุทธโฆสเถระ. วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๑ ตอน ๑. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๓๘ (ฉบับพิมพ์)
- พระมหาวุฒิชัย วุฑฺฒิชโย. (๒๕๖๔). "ระบบการเรียนการสอนกัมมัฏฐานในคัมภีร์วิสุทธิมรรค." ธรรมธารา ๗(๒): ๑๕๗–๑๙๔. ThaiJO
- Anuruddha. Abhidhammattha Saṅgaha ปริจเฉท IX §§2–5. Nārada Thera (แปล). BuddhaSasana
- วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาราชิกข้อ ๓ — ต้นเรื่องภิกษุหลังเจริญอสุภะ. SuttaCentral
- Anālayo. (2014). "The Mass Suicide of Monks in Discourse and Vinaya Literature." Journal of the Oxford Centre for Buddhist Studies 7: 11–55. PDF
- Van Dam, N. T., Brown, A., Mole, T. B., Davis, J. H., Britton, W. B., & Brewer, J. A. (2015). "Development and Validation of the Behavioral Tendencies Questionnaire." PLOS ONE 10(11): e0140867. doi:10.1371/journal.pone.0140867
- ณัฐธนนท์ หงส์วริทธิ์ธร, วิชชุดา ฐิติโชติรัตนา และพระมหาเผื่อน กิตฺติโสภโณ. (๒๕๖๗). "การพัฒนาแบบทดสอบออนไลน์วัดบุคลิกภาพด้านจริต ๖ ตามแนวพุทธศาสนา." วารสารจิตวิทยาพุทธศาสตร์ประยุกต์เพื่อสังคม ๑๐(๑): ๑๗๑–๑๘๖. ThaiJO
- Garcia-Campayo, J., Whyte, R., & Hijar-Aguinaga, R. (2024). "The greatest challenge in contemplative science: tailoring meditative practices." Frontiers in Psychology 15: 1483342. doi
- Tang, R., & Braver, T. S. (2020). "Predicting Individual Preferences in Mindfulness Techniques Using Personality Traits." Frontiers in Psychology 11: 1163. doi
- Burić, I., Farias, M., Driessen, J. M. A., & Brazil, I. A. (2022). "Individual differences in meditation interventions: A meta-analytic study." British Journal of Health Psychology 27(3): 1043–1076. doi
- Lindahl, J. R., Fisher, N. E., Cooper, D. J., Rosen, R. K., & Britton, W. B. (2017). "The varieties of contemplative experience." PLOS ONE 12(5): e0176239. doi
- หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช. (๒๕๖๘, ๑๖ พฤศจิกายน). วิธียอมรับความจริง (How to accept reality). พระธรรมเทศนา ช่อง YouTube หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช. youtube.com/watch?v=yX1TCs9Om7I — ส่วน "จากสงบ สู่เห็นจริง" สรุปความจากพระธรรมเทศนานี้
- พระสุตตันตปิฎก ฉบับบาลีพร้อมคำแปล ที่ SuttaCentral: สามัญญผลสูตร DN 2 · อนัตตลักขณสูตร SN 22.59 · โลกธรรมสูตร AN 8.5 · อภิณหปัจจเวกขณสูตร AN 5.57 — ผู้จัดทำเทียบกับคำสอนในส่วน "จากสงบ สู่เห็นจริง"