จริต ๖ · คู่กับโทสจริต
พุทธิจริต
buddhi-carita
หนักในความรู้ ความพิจารณา — ช่างคิด มีเหตุผล ว่าง่าย อยากรู้ให้ถ่องแท้ ชอบพิจารณาเหตุและผล
สังเกตจาก ๕ ทาง
วิสุทธิมรรค III.87–96 · พุทธิจริตกับโทสจริตแสดงออกภายนอกคล้ายกัน
- อิริยาบถ
- เดินกระแทก เหมือนเท้าจิกพื้น
- กิจ
- กวาดเร็ว แรง เสียงดัง ไม่เรียบ
- โภชนะ
- ชอบรสเปรี้ยวหยาบ กินเร็ว คำใหญ่
- การดู
- เห็นข้อเสียนิดเดียวก็ขัดใจ มองข้ามข้อดี
- ธรรมปวัตติ
- โกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่ ริษยา ตระหนี่
กรรมฐานที่เหมาะ
จับคู่ตามวิสุทธิมรรค III.121
- มรณัสสติระลึกถึงความตาย · อุปจารสมาธิ
- อุปสมานุสสติระลึกถึงคุณของนิพพาน · อุปจารสมาธิ
- จตุธาตุววัตถานกำหนดแยกกายเป็นธาตุ ๔ · อุปจารสมาธิ
- อาหาเรปฏิกูลสัญญากำหนดความปฏิกูลในอาหาร · อุปจารสมาธิ
นอกจากนี้ยังมีกองที่เหมาะกับทุกจริต ได้แก่ กสิณดิน น้ำ ไฟ ลม แสงสว่าง ที่ว่าง และอรูป ๔
ทำไมจึงเหมาะ
- สี่กองนี้มีอารมณ์เป็นสภาวธรรมที่ลึกซึ้ง จึงได้เพียงอุปจารสมาธิ วิสุทธิมรรค VIII.40, VIII.249, XI.25, XI.42
- อารมณ์ที่ต้องใช้ปัญญาพิจารณาจึงน่าจะเหมาะกับผู้ที่ชอบพิจารณาโทษที่เป็นจริงของสังขาร (อนุมานจาก III.76) การตีความ
สิ่งแวดล้อมที่เกื้อกูล (สัปปายะ)
วิสุทธิมรรค III.97–102 · เขียนไว้สำหรับพระภิกษุ บางข้อจึงต้องปรับใช้
- ทุกด้าน
- คัมภีร์ว่าไม่มีสิ่งใดที่ถือว่าไม่สัปปายะสำหรับพุทธิจริต
ถ้าปรับใช้ที่บ้าน ปรับได้ตามสะดวก สิ่งสำคัญคือเวลาที่ไม่ถูกรบกวน การตีความ
วิสุทธิมรรคเองบอกว่าวิธีสังเกตจริตเป็นมติของอาจารย์ (III.96) คนส่วนใหญ่มีหลายจริตผสมกัน ครูผู้รู้จักท่านจะดูได้แม่นที่สุด