นิวรณ์ ๕ · สิ่งที่กั้นใจไม่ให้ตั้งมั่น

เมื่อนั่งแล้วติดขัด

ง่วง ฟุ้ง หงุดหงิด อยาก หรือลังเล เป็นเรื่องปกติของทุกคนที่ภาวนา พระพุทธเจ้าเรียกสิ่งเหล่านี้ว่านิวรณ์ และสอนวิธีแก้ไว้ เลือกอาการที่ตรงกับท่าน

กามฉันทะ ความใคร่ ความอยากได้

สังเกตได้จาก ใจวนไปหาสิ่งที่ชอบ อาหาร เสียง ภาพ คนที่คิดถึง หรือแผนว่าจะได้อะไร

วิธีแก้

  • ใส่ใจโดยแยบคายถึงอสุภนิมิต ความไม่งามของสิ่งที่ใจติด SN 46.51
  • ผู้ที่ราคะเด่นเหมาะกับอสุภะและกายคตาสติ วิสุทธิมรรค III.121
  • ความอยากปฏิบัติ อยากสงบ อยากเห็นผลเร็ว ก็เป็นความอยากเหมือนกัน รู้ทันตั้งแต่ต้น พระธรรมเทศนา
  • ก่อนนั่ง ปิดการแจ้งเตือน และวางสิ่งที่ชวนให้ใจออกไปไว้ให้พ้นตา การตีความ

พยาบาท ความขัดเคือง ไม่พอใจ

สังเกตได้จาก ทบทวนเรื่องที่ไม่พอใจ ซ้อมคำโต้ตอบในหัว หงุดหงิดเสียงรอบตัว หรือหงุดหงิดตัวเองที่นั่งไม่ได้ดี

วิธีแก้

  • ใส่ใจโดยแยบคายถึงเมตตาเจโตวิมุตติ ความหลุดพ้นแห่งใจด้วยเมตตา SN 46.51
  • เมื่อโกรธ ให้รู้ว่าโกรธ ไม่ต้องกดข่มหรือหาทางแก้ รู้แล้วจบลงที่รู้ พระธรรมเทศนา
  • ถ้าหงุดหงิดตัวเองที่ฟุ้ง ให้เห็นว่าความหงุดหงิดนั้นก็เป็นอารมณ์หนึ่งที่รู้ได้ การตีความ

ถีนมิทธะ ความง่วง ความหดหู่ เซื่องซึม

สังเกตได้จาก หัวตก ตาปรือ ภาพลมหายใจเลือน ใจมัว ไม่อยากทำอะไร

วิธีแก้

  • ใส่ใจโดยแยบคายถึงอารัมภธาตุ นิกกมธาตุ ปรักกมธาตุ (ความริเริ่ม ความพากเพียร ความบากบั่น) SN 46.51
  • เมื่อใจหดหู่ ควรเจริญธัมมวิจยะ วิริยะ ปีติ ไม่ใช่ช่วงที่จะเจริญปัสสัทธิ สมาธิ อุเบกขา SN 46.53
  • พระพุทธเจ้าแนะพระโมคคัลลานะไล่ไปทีละขั้นจนง่วงหาย: ไม่ใส่ใจสัญญาที่ทำให้ง่วง ตรึกถึงธรรมที่เรียนมา สาธยายธรรม ยอนหูและลูบตัว ลุกขึ้นล้างตา มองไปรอบทิศและดูดาว ทำอาโลกสัญญา เดินจงกรม และถ้ายังไม่หายให้นอนอย่างมีสติ กำหนดเวลาลุก AN 7.61
  • นั่งหลังตรง ลืมตาเล็กน้อย หรือย้ายไปนั่งที่สว่างขึ้น การตีความ

อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน และความรำคาญใจ

สังเกตได้จาก ความคิดแล่นไม่หยุด กระสับกระส่าย นึกถึงเรื่องที่ทำผิดหรือยังไม่ได้ทำ

วิธีแก้

  • ใส่ใจโดยแยบคายถึงความสงบแห่งใจ SN 46.51
  • เมื่อใจฟุ้ง ควรเจริญปัสสัทธิ สมาธิ อุเบกขา ไม่ใช่ช่วงที่จะเจริญธัมมวิจยะ วิริยะ ปีติ SN 46.53
  • ถ้าความคิดอกุศลวนกลับมาซ้ำ ลองทีละวิธี: นึกถึงสิ่งที่เป็นกุศลแทน พิจารณาโทษของความคิดนั้น ไม่ใส่ใจมัน ค่อย ๆ ระงับเหตุของความคิด และวิธีสุดท้ายคือกัดฟัน กดลิ้นกับเพดาน ข่มใจด้วยใจ MN 20
  • เมื่อรู้ว่าหลงไปคิด ไม่ต้องดึงจิตกลับ จิตที่หลงดับไปแล้ว เริ่มรู้สึกตัวใหม่เบา ๆ พระธรรมเทศนา
  • ผู้ที่ความคิดเด่น (วิตกจริต) เหมาะกับอานาปานสติ วิสุทธิมรรค III.121

วิจิกิจฉา ความลังเล สงสัย

สังเกตได้จาก สงสัยว่าทำถูกไหม ควรเปลี่ยนกองไหม ฝึกไปจะได้อะไร จนไม่ได้ลงมือจริง

วิธีแก้

  • ใส่ใจโดยแยบคายถึงธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล มีโทษและไม่มีโทษ ทรามและประณีต SN 46.51
  • ถามครูผู้รู้จักท่าน และทดลองฝึกกองเดียวต่อเนื่องสักระยะก่อนตัดสินใจเปลี่ยน การตีความ
  • จดสั้น ๆ หลังนั่งแต่ละครั้ง แล้วดูย้อนหลังว่าใจเปลี่ยนไปอย่างไร การตีความ

ปวดเมื่อย นั่งไม่สบาย ไม่ใช่นิวรณ์ แต่พบบ่อย

  • กายเป็นอย่างไรก็รู้ตามจริง ไม่ต้องเกร็งหรือดัดท่าทางให้ดูดี พระธรรมเทศนา
  • ปวดหรือชาจนทนไม่ไหว ขยับเปลี่ยนท่าได้ ให้รู้ว่ากำลังขยับ แล้วนั่งต่อ การตีความ
  • นั่งบนเบาะหรือเก้าอี้ก็ได้ ขอให้หลังตั้งตรงแบบสบาย ไม่พิงจนหลับ การตีความ
  • เริ่มจากเวลาสั้น ๆ เช่น ๕–๑๐ นาที แล้วค่อยเพิ่มเมื่อกายคุ้น การตีความ

ถ้าระหว่างฝึกเกิดความกลัว ภาพหลอน หรือความทุกข์ใจรุนแรง ให้หยุดก่อน แล้วอ่าน ถ้ารู้สึกไม่สบายใจระหว่างภาวนา · คำศัพท์ดูได้ที่ อภิธานศัพท์